Wedding Guide

รู้ก่อนแต่ง

จัดงานแต่งงานเอง VS ใช้เวดดิ้ง ออแกไนซ์เซอร์

 

ปี 2565 และ 2566 นับเป็นปีทองของวงการเวดดิ้ง ทั้งไทย และต่างประเทศ หลังจากที่ไม่ได้จัดงานแต่งงานแบบเต็มรูปแบบกันมายาวนานต่อเนื่องเกือบ 3 ปี จากสถานการณ์โควิด แน่นอนว่าบ่าว-สาวที่จะเข้าสู่ประตูวิวาห์ใน 2 ปีนี้ จะต้องพบเจอกับอุปสรรคในการจัดงานหลายๆ อย่าง ทั้งสถานที่จัดงานไม่เพียงพอ เวลาเตรียมงานอันกระชั้นชิด รวมถึงบริการต่างๆ ที่จะต้องจับจองกันล่วงหน้า หาคิวกันแทบไม่ได้ เช่น ช่างภาพ ช่างแต่งหน้า ร้านชุด และบริการที่มีความสำคัญอย่าง เวดดิ้ง ออแกไนซเซอร์

ทำไมเวดดิ้ง ออแกไนซเซอร์ ถึงสำคัญกับงานแต่งงาน

คู่รักแต่ละคู่ มักมีสิ่งที่ชื่นชอบ และสิ่งที่ให้ความสำคัญเป็นพิเศษแตกต่างกันไป เช่น พิจารณาในเรื่องงบประมาณ, ช่างภาพ, อาหาร และการตกแต่งที่สวยงาม เป็นต้น เพราะคู่รักเพียงแค่ 2 คน ไม่สามารถที่จะให้ความสำคัญครอบคลุมในทุกๆ เรื่องได้ ทั้งคู่อาจจะมีหน้าที่การงานที่ต้องรับผิดชอบ จนไม่มีเวลามากพอที่จะลงรายละเอียดได้ด้วยตัวเอง ทั้งยังเป็นการเพิ่มความกังวล และความเครียด ทำให้ไม่มีความสุขในช่วงเตรียมงานแต่งงาน ด้วยเหตุนี้เอง เวดดิ้ง ออแกไนซ์เซอร์ จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือว่าที่บ่าว-สาว ให้การจัดเตรียมงาน ไปจนถึงเสร็จสิ้นพิธี เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และทำให้บ่าว-สาว มีความสุขกับโมเมนท์นั้นๆ ได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องใดๆ

หน้าที่ของเวดดิ้ง ออแกไนซ์เซอร์ มีอะไรบ้าง?

เวดดิ้ง ออแกไนซ์เซอร์ มีมากมายหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับความต้องการของบ่าว-สาว โดยทั่วไป ทีมเวดดิ้ง ออแกไนซ์เซอร์ จะมีแพ็คเกจให้คู่รักเลือกตามความเหมาะสม อาทิ

  • Full Package คือแพ็คเกจเต็มรูปแบบที่บ่าว-สาว แทบไม่ต้องทำอะไรนอกจากเลือกสิ่งที่ชอบ และใช่ สำหรับงานแต่งงานของตัวเอง เวดดิ้ง ออแกไนซ์เซอร์จะวางแผน และตระเตรียมงานให้แบบ 0-100 ตั้งแต่ Pre Event (เตรียมงาน) → Event (วันงาน) → Post Event (หลังจบงาน) ในทุกรายละเอียด ทำให้บ่าว-สาวไม่ต้องกังวลว่าในงานจะขาดสิ่งใดไป และติดต่อกับทีมงานเพียงทีมเดียวเท่านั้น และแน่นอนว่าการบริการของ เวดดิ้ง ออแกไนซ์เซอร์ เต็มรูปแบบเช่นนี้ ย่อมนำมาซึ่งราคาค่าบริการที่ค่อนข้างสูง เพื่อแลกกับเวลาที่บ่าว-สาว จะไม่ต้องเสียไปกับการเตรียมงานด้วยตัวเอง
  • Selective Package คือแพ็คเกจที่คู่รัก สามารถเลือกได้ว่า อะไรที่ต้องการให้เวดดิ้ง ออแกไนซ์เซอร์ บริการ และอะไรที่คู่รักสามารถ หรือต้องการที่จะตระเตรียมด้วยตัวเอง เช่น
    - มีสถานที่จัดงานที่ต้องการ และติดต่อไว้เรียบร้อยแล้ว
    - ใช้บริการจากเพื่อน คนรู้จัก ที่ไม่จำเป็นต้องให้ทีมเวดดิ้ง ออแกไนซ์เซอร์ บริการ แต่สามารถช่วยประสานงานให้ในวันงาน
    - เลือกใช้บริการเฉพาะ Pre Event เช่น บริการถ่ายภาพ Pre Wedding, ตัด หรือเช่าชุดบ่าว-สาว, ออกแบบและพิมพ์การ์ดเชิญ, งานตกแต่งสถานที่ เป็นต้น
    - เลือกใช้บริการเฉพาะ Event เช่น การรันคิวงานพิธี และงานเลี้ยงฉลอง

ไม่ใช้เวดดิ้ง ออแกไนซ์เซอร์ ได้ไหม?

หากบ่าว-สาว มีเวลาเตรียมงานเพียงพอ ต้องการที่จะจัดงานเล็กๆ มีเพื่อนๆ และครอบครัวคอยช่วยเหลือในวันงาน หรือมีประสบการณ์ในการจัดเตรียมงานแต่งงาน ก็สามารถจัดงานแต่งงานด้วยตัวเองโดยไม่ใช้บริการเวดดิ้ง ออแกไนซ์เซอร์ ได้เช่นกัน โดยการเตรียมงานจะมีขั้นตอนหลักๆ ดังนี้

Pre Event:

  1. เลือกสถานที่จัดงานแต่งงาน รวมถึงอาหาร และเครื่องดื่ม ทั้งนี้ บ่าว-สาว จะต้องประเมินจำนวนแขกที่จะเชิญมาร่วมงาน เพื่อเลือกสถานที่ที่เหมาะสม
  2. เลือกธีมการจัดงาน เพื่อต่อยอดไปยังการเตรียมงานอื่นๆ
  3. การตกแต่งภายในงาน
  4. เตรียมชุดบ่าว-สาว และเพื่อนเจ้าบ่าว เพื่อนเจ้าสาว
  5. ลำดับพิธีการ และงานเลี้ยงฉลอง
  6. สคริปบทพูด สำหรับพิธีกร
  7. ออกแบบ และพิมพ์การ์ดเชิญ รวมถึงการเรียนเชิญแขก
  8. เตรียมของชำร่วย
  9. ถ่ายภาพพรี เวดดิ้ง เพื่อนำไปใช้ในงานแต่งงาน
  10. วงดนตรี หรือเพลงประกอบในงาน
  11. Presentation สำหรับเปิดในงาน
  12. เลือกช่างภาพ และวีดีโอภายในงาน
  13. เลือกช่างแต่งหน้าบ่าว-สาว รวมถึงครอบครัว และเพื่อนเจ้าสาว
  14. อุปกรณ์ต่างๆ สำหรับในงานพิธี และงานเลี้ยงฉลอง เช่น สินสอดทองหมั้น, สมุดอวยพร, อุปกรณ์ในพิธีหมั้นหมาย, ดอกไม้สำหรับเจ้าสาว เพื่อนเจ้าสาว และแขกผู้ใหญ่, สายกั้นประตูเงิน ประตูทอง เป็นต้น
  15. นิมนต์พระ สำหรับพิธีสงฆ์

Event:

  1. ทีมงานรันคิว
  2. เตรียมอุปกรณ์ในพิธี และงานเลี้ยงฉลอง รวมถึงการนำออกมาใช้งาน
  3. เข้าตกแต่งสถานที่ตามช่วงเวลาที่สถานที่กำหนด
  4. ประสานงานกับช่างภาพ, วงดนตรี และทีมงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
  5. ดูแลบ่าว-สาวตลอดงาน
  6. จัดสรรและ มอบหมายหน้าที่ให้กับเพื่อนเจ้าบ่าว และเพื่อนเจ้าบ่าว

Post Event:

  1. ติดตามภาพถ่าย และวีดีโอ จากทีมช่างภาพ
  2. รื้อถอนการตกแต่ง
  3. เก็บอุปกรณ์ส่งคืนสถานที่ และบ่าว-สาว
  4. ส่งคืนชุดบ่าว-สาว (ในกรณีที่เป็นการเช่า หรือเช่าตัด)

 

อิมแพ็ค เวดดิ้ง มีบริการเวดดิ้ง ออแกไนซ์เซอร์ ในวันงาน แบบไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่ม

จากรายละเอียดการเตรียมงานที่เกล่ามาข้างต้น จะเห็นได้ว่าการเตรียมงานแต่งงาน เต็มไปด้วยรายละเอียดที่ซับซ้อน และมีความสำคัญเท่าๆ กัน จะขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไป ก็อาจจะทำให้งานแต่งงานที่มีเพียงครั้งเดียวในชีวิตออกมาไม่สมบูรณ์แบบตามที่บ่าว-สาวคาดหวังไว้

อิมแพ็ค เวดดิ้ง ต้องการที่จะนำเอาบริการที่เราพอช่วยเหลือบ่าว-สาวได้ เข้ามารวมอยู่ในแพ็คเกจ เพื่อให้บ่าว-สาวได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด โดยการเตรียมงานที่เป็นในส่วนของงาน Event ทั้งหมด ทีมงานอิมแพ็ค เวดดิ้ง ได้สวมบทบาทเวดดิ้ง ออแกไนซ์เซอร์ แบ่งเบาหน้าที่ และงบประมาณของบ่าว-สาว โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มแต่อย่างใด นอกจากนี้ ในส่วนของ Pre Event ทีมงานอิมแพ็ค เวดดิ้ง ก็ได้มีบริการเพิ่มเติมให้กับบ่าว-สาว ไม่ว่าจะเป็น การตกแต่งงาน, การเตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็นทั้งในงานพิธี และงานเลี้ยงฉลอง และช่วยประสานงานกับทีม Supplier ต่างๆ ที่ลูกค้าเลือกใช้บริการ เพื่อให้งานแต่งงานของบ่าว-สาวทุกคู่ เป็นไปอย่างราบรื่น และเปี่ยมไปด้วยความทรงจำที่ดี มีแต่ภาพแห่งความสุข

 

หวังว่าอิมแพ็ค เวดดิ้งจะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้บ่าว-สาวให้มีความสุขในการจัดเตรียมงานแต่งงานได้ไม่มากก็น้อย เพราะเราใส่ใจทุกรายละเอียดของคู่บ่าว-สาว ไม่เฉพาะในเรื่องสถานที่จัดงานเท่านั้น แต่ยังใส่ใจไปถึงดีเทลต่างๆ ของงาน ตามที่ประสบการณ์ของทีมงานจะจัดหาให้ได้ หากคู่รักท่านใดกำลังมองหาสถานที่จัดงานแต่งงาน ที่ใส่ใจในรายละเอียด และมีทีมงานบริการครบวงจร แบบไม่ต้องใช้ออแกไนเซอร์ ติดต่อสอบถามที่ Impact Wedding ได้เลย ที่ 02 833 5252 หรือ Facebook Page: Impact Wedding

Tags: #เวดดิ้ง ออแกไนซ์เซอร์, Wedding Planners, wedding organizer, เวดดิ้งแพลนเนอร์, เวดดิ้งออแกไนเซอร์

Wedding Package

แพ็คเกจแต่งงาน

All in 1 Wedding Package 2022

All in 1 Wedding
Package 2022
แพ็คเกจห้องจัดงาน พร้อมอาหารและเครื่องดื่ม

IMPACT Wedding Package 2022

IMPACT Wedding
Package 2022
แพ็คเกจแต่งงาน ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี

Special Morning Ceremony Package

Special Morning Ceremony Package พิธีเช้า สวย ครบ ที่อิมแพ็ค

ดูทั้งหมด กลับสู่หน้าหลัก